Fahrenheit 451 (1966)

posted on 29 Sep 2009 08:05 by sermilik in I-Movie

 
In an oppressive future, a fireman whose duty is to destroy all books begins to question his task.
 


จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อหนังสือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ???

ทำไมพนักงานดับเพลิงกลับมีหน้าที่เผาหนังสือแทนดับเพลิง ???



    Fahrenheit 451 เป็นหนังที่สร้างจากนิยายชื่อดังของ Ray Bradbury ในอนาคตอันใกล้ เมื่อรัฐเห็นว่าหนังสือเป็นสิ่งอันตรายต่อรัฐ ประชาชนถูกปิดจากอิสระแห่งความคิด เมื่อรัฐเข้าครอบงำสื่อทุกอย่าง โทรทัศน์ของรัฐเป็นสื่อเดียวที่เหลืออยู่... Montag พนักงานดับเพลิงหนุ่ม ผู้ซึ่งพบกับความขัดแย้งในตนเอง ทำไมเขาจึงต้องมีหน้าที่ทำลายหนังสือ ในหนังสือมีอะไร เขาจะต้องหาคำตอบนี้ให้ได้...

 

 
Guy Montag: Fahrenheit four-five-one is the temperature at which book paper catches fire and starts to burn.
 

 

 
งานของเขาคือเผาหนังสือ...
 
 

 
รถดับเพลิงสุดเท่...
 

 

   และจุดเปลี่ยนในชีวิตของเขาก็เกิดขึ้นเมื่อเขาได้มาพบกับ Clarisse ครูรร.ประถมที่ถูกไล่ออกจากงาน เพราะเธอมีความคิดที่ไม่เหมือนใคร... Clarisse ได้ถามคำถามที่น่าสนใจหลายคำถามกับ Montag ซึ่งเขาก็ไม่สามารถตอบได้ เขารู้เพียงแต่ว่าเขามีหน้าที่ต้องเผาหนังสือที่ประชาชนแอบซ่อนไว้ โดยไม่รู้ว่าทำไม... และเมื่อเธอบอกเขาว่าเธอเคยได้ยินมาว่าในอดีตพนักงานดับเพลิงมีหน้าที่ดับไฟไม่ใช่จุดไฟแบบในปัจจุบันนี้ก็ยิ่งทำให้เขาสับสนยิ่งขึ้นไปอีก...

 

Clarisse: Is it true that a long time ago, firemen used to put out fires and not burn books?

 

 
เวลาเผาหนังสือ...

 
 
 เจอกับ Clarisse ในรถไฟ...
 

 

   เมื่อความสงสัยเพิ่มมากขึ้น เขาจึงแอบขโมยหนังสือก่อนที่จะเผากลับมาอ่านที่บ้าน แม้ช่วงแรกการอ่านของเขาเป็นไปอย่างยากลำบาก ต้องเปิดดิกส์ยักษ์บ่อยมาก... หนังสือเล่มแรกที่เขาอ่านคือ David Copperfield ของ Charles Dickens แต่หลังจากอ่านได้ไม่นาน เขาก็เริ่มหลงไหลมัน และไม่สามารถหยุดอ่านได้...ทุกคืนเขาจะแอบอ่านหนังสือที่เขาแอบนำกลับมา และหนังสือก็ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป...เขาเริ่มสับสนเวลาทำงาน ทั้งเพื่อนร่วมงานและภรรยาของเขาก็เริ่มสงสัยในตัวเขา...

 

 
แอบอ่านที่บ้าน...
 

 

   วันต่อมาเมื่อเขาออกไปทำงานตามปกติ และพบบ้านป้าคนหนึ่งซึ่งซ่อนหนังสือจำนวนมากไว้ในห้องใต้หลังคา จนแทบจะเป็นห้องสมุดได้เลย...Montag อึ้งมาก เขาไม่เคยเห็นหนังสือจำนวนมากขนาดนี้มาก่อน...ระหว่างที่เดินดูหนังสือก่อนที่จะเผานั้นเอง หัวหน้าของเขาก็ได้บอกถึงโทษของการอ่านหนังสือให้เขาฟัง (ดูเหมือนว่าหัวหน้าเขาจะรู้จักหนังสือทุกเล่มเหมือนกับเคยอ่านมาก่อน...) ซึ่งโทษของการอ่านหนังสือนั้นคือ เรื่องในหนังสือไม่ใช่เรื่องจริงและทำให้คนอ่านเศร้า...

 

The Captain: Come on, Montag. All this philosophy,let's get rid of it. It's even worse than the novels.
Thinkers, philosophers, all of them saying exactly the same thing: "Only I am right. The others are all idiots. "
One century, they tell you man's destiny is predetermined. The next, they say that he has freedom of choice.
It's just a matter of fashion, that's all. Philosophy. Just like short dresses this year, long dresses next year.

 

 

   และในขณะที่จะเผาหนังสือจำนวนมากนั้นเอง ป้าเจ้าของบ้านผู้ที่รักหนักสือของแกมาก ยอมเผาตัวเองไปพร้อมกับหนังสือทั้งหมด...รอยยิ้มก่อนตายของป้าคนนั้นสร้างความแปลกใจให้กับ Montag เข้าไปอีก...ทำไมป้าแกจึงยอมตามไปพร้อมกับหนังสือ ในหนังสือมีคุณค่าอะไรซ่อนอยู่...

 

 
ป้าแกจุดไฟเผาตัวเองเรย...
 

 

     เมื่อกลับมายังที่บ้านก็เขาก็พบเมียตัวเองและเพื่อนๆ กำลังนั่งนินทาชาวบ้านอยู่ เขาจึงเอาหนังสือนิยายที่เขาแอบนำกลับมาไปอ่านให้ทุกคนฟัง...ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากฟังไปได้พักนึง ทุกคนก็เริ่มเศร้า และร้องออกมาและบอกให้เขาหยุดอ่าน เพราะหนังสือเป็นสิ่งชั่วร้าย และทำให้คนเศร้า...

Guy Montag: [holding a book in his hand] Behind each of these books, there's a man. That's what interests me.

 
 อ่านให้ฟังซะเรย...
 
 
 
แงๆ..ไม่ไหวแร้ว...
 

   วันต่อมาเขาก็พบว่าบ้านของ Clarisse นั้นถูกตรวจค้นหนังสือ และลุงของเธอก็ถูกจับไปแต่เธอหนีไปได้ เขาจึงไปตามหาตัวเธอ และพบว่าเธอนั้นแอบรอพบเขาอยู่แล้ว...Clarisse ได้บอกความจริงกับ Montag ว่าที่เธอพบกับเขาในตอนแรกนั้นไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เธออย่ากให้เขาช่วย เพราะคิดว่าเขาไม่เหมือนนักดับเพลิงคนอื่นทั่วไป...เธอบอกอีกว่ากำลังจะหนีไปยังที่ที่ The Book People อยู่รวมกัน...The Book People คือคนที่รักการอ่านหนังสือที่ถูกจับแล้วหนีมาได้หรือคนที่หนีมาได้ก่อนถูกจับ และเธอก็ชวนให้เขาหนีตามไป แต่เขาปฏิเสธโดยบอกว่าเขากำลังวางแผนจะเล่นงานพนักงานดับเพลิงคนอื่นอยู่...

 

   และไม่นานหลังจากนั้น เขาก็พบว่าบ้านที่เขาต้องไปเผาหนังสือก็คือบ้านของเขาเอง และยังพบอีกว่าภรรยาของเขานั้นเองเป็นหักหลังเขาและกำลังจะทิ้งเขาไป เพราะเธอทนอยู่ในบ้านที่มีหนังสือซ่อนอยู่ไม่ได้ เธอรู้สึกผิด...และในขณะที่เผาหนังสือนั้นเอง เขายิงไฟไปใส่เพื่อนและแอบหนีออกมา...เขาหนีไปตามทิศทางที่ Clarisse บอก...และก็ไปพบกับ The Book People และ Clarisse ที่รอเขาอยู่แล้ว...

 

 
แอบเอาจดหมายมาส่งตู้รับแจ้งความ...
 
 
 
ตายซะ...
 

 

   ซึ่งคนที่อยู่ที่นั่น ทุกคนจะมีชื่อเป็นหนังสือ โดยแต่ละคนจะท่องจำหนังสือเล่มที่ตัวเองชอบได้จนขึ้นใจก่อนจะเผาหนังสือทิ้งและ แต่ละคนก็จะมาผลัดกันเล่าเรื่องจากหนังสือของตัวเองที่ท่องไว้ให้คนอื่นๆฟัง...และหนังสือที่ Montag เลือกที่จะท่องก็คือ  Tales of Mystery And Imagination ของ Edgar Allen Poe

 

 
ลุงที่ใกล้ตายท่องหนังสือให้หลานท่องตาม...

 

 

   สุดท้าย Montag ก็พบว่า ไม่ว่ารัฐจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถบังคับให้ประชาชนห้ามอ่านหนังสือเหล่านี้ได้...เหล่า The Book People คือคนกลุ่มน้อยในสังคมที่รักการอ่านหนังสือที่มีเจตนารมย์เดียวกัน พวกเขาซ่อนหนังสือไว้ในที่ที่ไม่มีใครสามารถแย่งชิงไปหรือเผาได้ นั้นคือในความทรงจำนั้นเอง...พวกเขาเชื่อว่า ในวันหนึ่งเมื่อทุกอย่างจบลงหนังสือจะถูกตีพิมพ์อีกครั้งจากความทรงจำของพวกเขา...

 

 
เหล่า Book Peopl...

 

...และหากยุคมืดกลับมาอีกครั้ง ก็คงจะมีคนรุ่นหลังที่จะทำแบบพวกเขาอีก...

 

Oh, it wasn't planned. It just so happened that a man here and a man there loved some book.
And rather than lose it, he learned it. And we came together.
We're a minority of undesirables crying out in the wilderness.
But it won't always be so. One day we shall be called on, one by one, to recite what we've learned.
And then books will be printed again. And when the next age of darkness comes...
those who come after us will do again as we have done.

 

 

 Memorable quotes

 

Guy Montag: Well, it's a job just like any other. Good work with lots of variety.
Monday, we burn Miller; Tuesday,Tolstoy; Wednesday, Walt Whitman; Friday, Faulkner; and Saturday and Sunday, Schopenhauer and Sartre. We burn them to ashes and then burn the ashes. That's our official motto. 

 

The Captain: Come on now, madam. We're going to burn the house.
Book Lady: No!
The Captain: What do you want, martyrdom?
Book Lady: I want to die as I've lived.
The Captain: You must have read that in there. Now, look, I'm not going to ask you again. Are you going?
Book Lady: These books were alive; they spoke to me!

 

The Captain: Robinson Crusoe, the Negroes didn't like that because of his man, Friday.
And Nietzsche, Neitzsche, the Jews didn't like Nietzsche.
Here's a book about lung cancer. You see, all the cigarette smokers got into a panic,
so for everybody's peace of mind, we burn it.
Ah, now this one must be very profound. The Ethics of Aristotle.
Ow anybody that read that must believe he's a cut above anybody that hadn't.
You see, it's no good, Montag. We've all got to be alike.
The only way to be happy is for everyone to be made equal.
So, we must burn the books, Montag. All the books.

 



คำถาม

1. จะทำอะไรถ้าโลกนี้ไม่มีหนังสือ...
2. ถ้าเป็นท่านจะหนีไปหา Book People หรือจะซ่อนตัวต่อไป...
3. ถ้าท่านเป็น Book People แล้ว จะเลือกเป็นหนังสือเล่มไหน...(ตอบเป็น Novel ห้ามตอบText แพทย์ทั้งหลาย...)

 



 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

Hey Dr. Serm,

I don't know what to say since I have never read or watched this before. But it's very cool that you keep a blog of your own. Good Luck, my friend!

Oh, I strongly recommend The Catcher in the Rye and Animal Farm .

Paolino Dalloway

#28 By Paolino Dalloway (119.31.121.89) on 2011-01-11 00:26

เม้นๆๆๆๆๆ

ให้แล้วนะ

อิอิ

#27 By Squirrel (118.173.129.23) on 2009-10-21 21:50

1. ไม่รุ้ดิ นอนกะกิน มั้ง

2. ไม่รุ้ดิ อยุ่เฉยๆดีกว่า มั้ง

3. ไม่รุ้ดิ คงเปนพวกนิยายรักอ่ะ อิอิ

เนื้อเรื่องน่าหนุกดีนิ เทอชอบดูแต่หนังเก่าๆอ่ะ ไม่เหนเคยดูซักเรื่อง

#26 By momo (110.164.99.87) on 2009-10-14 04:15

1ก้อดีจิจะไ้ด้ไม่ต้องเรียนหนังสือ ขี้เกียจเรียนมักๆ
2.ถ้าหนังสือเป็นสิ่งที่เรารักเราก้อจะไปหา book people แต่ถ้าไม่ใช่เราก้อจะไม่ไปหามัน
3.ไม่รู้ไม่ชอบอ่านหนังสืออ่า

#25 By PALM (222.123.182.225) on 2009-10-13 02:32

1.เกรียน
2.Grean
3.กะเรียน

#24 By RoyZZZ (113.53.55.45) on 2009-10-12 17:02

-writer,a diverting job
-book people
-Peril at End House

#23 By chte (222.123.79.79) on 2009-10-12 09:48

1.ถ้าโลกนี้ไม่มีหนังสือ ก้คงนั่งเม้ากะเพื่อนไปเรื่อยๆมั้ง ฮ่าๆ คงจาได้คุยกะคนอื่นมากขึ้น
2.หนีไปหาดิ ไปฟังเรื่องเล่า สนุกดี
3.ขอเป็นนิยายเพ้อๆ ประมานหัวขโมยบารามอสอะ
แต่ขอจำแค่บางตอนละกัน เรื่องยาวเกิ๊น

#22 By DiNoszo (118.173.205.113) on 2009-10-11 22:37

1 ไม่มีหนังสือ เราก็เขียนมันขึ้นมาสิ
2 คงหนีตาม book people มั้ง แต่ว่าไม่มีหนังสือไรที่จำได้เลย
3 อะไรดีหละ ชอบ แมงกะพรุนถนัดซ้าย ของประภาส เอิ๊กๆ

#21 By Cherokee (118.173.149.45) on 2009-10-11 21:13

1.อืมคงดี จะได้ไม่ต้องอ่านมากๆ
2.หาบุ๊คพีเพิลดีก่า
3.นิทานอีสปquestion

#20 By megan (124.157.235.155) on 2009-10-11 20:25

1. ไม่มีหนังสือเหรอ ก็อ่านเอาจากเนตดิ อิอิ
2. ซ่อนตัวนะ คิดว่า รอเวลา แล้วก็ค่อยบู๊มมมม เกิดเป็นโกโก้ครันช์ๆๆๆๆๆ อาหย่อย
3. เล่มไหนดีอ่ะ Let the right one in แล้วกาน

#19 By เป็ดก๊าบ ก๊าบ (113.53.53.118) on 2009-10-11 20:08

ไม่สนุกสิคะ ไม่มีชมรมนักอ่าน
ข้อนี้ไม่ต้องตอบก็รู้อยู่แล้ว..ก็ชมรมนักอ่านไง
ขออินเทรน เล่มนั้นไงคะ แนวโรมานซ์.. จำชื่อไม่ได้แล้ว

อิอิ

#18 By cht (117.47.211.152) on 2009-10-10 15:38


แต่เรื่องนี้ นำเสนอมุมมองแปลกใหม่ดี
เสียตรงที่ หนังเก่า ภาพม่ะสวย ม่ะน่าดู

"อยากให้ เจ้าของบล๊อกนี้ ไปบอกผู้สร้างหนัง ให้เอามาสร้างใหม่อ่ะ อยากดูเป็นเวอร์ชันใหม่ยุค 2000 อ่ะ"

#17 By MadamButterfly (113.53.54.92) on 2009-10-10 00:23

1.ไม่มีหนังสือ ก็ม่ะต้องเรียนหนังสือ เย้ๆๆ
2. อยู่ที่เดิม ม่ะอยากไปหา book people เพราะว่าขี้เกียจไปท่องหนังสือ และก็ม่ะอยากมีชื่อเรียกแปลกๆ
3.นิทานอีสป ตอนกระต่ายกะเต่า >>จำง่ายดี

PS. ถ้าเกิดไปอยู่กะพวก book people เราก้อคงชื่อ กระต่ายกะเต่าไปแระ = ="

#15 By MadamButterfly (113.53.54.92) on 2009-10-10 00:20

แต่งหนังสือ

ไม่หนีไม่ซ่อน


daddy long leg

#13 By whannjangka (202.12.73.3) on 2009-10-07 04:16

อืม..... มันทำไห้พวกเราเห็นคุณค่าของหนังสือ และการอ่านมากขึ้นนะครับ.. เราว่า....

"จงอ่านเถิด ด้วยพระนามของพระผู้เป็นเจ้าที่ทรงสร้าง ผู้ทรงสอยมนุษย์ในการใช้ปากกา"(คัมภีร์กุรอ่าน)

#11 By Amin (203.170.234.7) on 2009-10-04 13:11

#10 By (203.170.234.7) on 2009-10-04 13:07

1. เล่นเน็ต ดี ไม่ต้องตัดต้นไม้ โลกไม่ร้อน
2. หนี ไปอยุ่กะคนที่ชอบอารายๆ เหมือนเราดีกว่า
3. Nothing Lasts Forever : Sidney Sheldon

#9 By LaRa (203.170.234.4) on 2009-10-01 09:07

1.ตอบ เขียนหนังสือ
2.ตอบ นอนดีกว่า
3.ตอบ จินดามณี

#8 By bank (113.53.0.150) on 2009-10-01 01:00

ปามอ้อล้อ

#7 By (113.53.0.150) on 2009-10-01 00:52

ดีนะ อ่านสนุกมักๆ
ไม่ขอตอบคำถามนะเพราะต้องไปทำคอมเมดก่อน อิอิ

#6 By palm (113.53.0.150) on 2009-09-30 20:47

งุงิงุงิ

#5 By rabbitpanda (58.137.15.210) on 2009-09-30 20:33

อืมม

แนวดีเหมือนกัน

#4 By Arcobaleno on 2009-09-30 18:36

1. ก็อดอ่าน Deroit Metal City ไง
2. เล่นเน็ตอยู่บ้านดีกว่า
3. ไม่รู้จิ

#3 By RE Group on 2009-09-30 17:13

กะแร้วว่าต้องมีคนตอบ Text...

ไม่คิดว่าจะเปงตั้งแต่คนแรกเรย...

#2 By Sermonic on 2009-09-30 14:41

1 คงไม่ต้องเรียนแพทย์งัย (อุ้ย แอบเลว)
2 ประท้วงๆ ข้าวสารเสก ไม้กางเขน
3 Gross anatomy ว้าว เท่สุดๆ
เอ๊ะ เป็นตำราปราบผีหัวหมีดีก่า เราว่าopen-mounthed smile

#1 By ผีหัวขาว (202.12.73.8) on 2009-09-30 14:31