Witness for the Prosecution (1957)

posted on 30 May 2009 17:29 by sermilik in I-Movie
 
 
A trial featuring surprise after surprise



    Witness for the Prosecution เป็นหนังที่สร้างจากเรื่องสั้นของ Agatha Christie ราชินีนักเขียนนิยายนักสืบชื่อดัง ที่ผลงานเขียนของเธอทั้งหมดรวมแล้วเป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดอับดับ 2 ของโลก เป็นรองแต่เพียงไบเบิ้ลเลยทีเดียว งานเขียนของเธอจะมีเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนและหักมุมแบบคาดไม่ถึงด้วยทุกครั้งในตอนจบ นักสืบชื่อดังที่เธอสร้างขึ้นมาคือ Misss Jane Marple และ Hercule Poirot ก็เป็นตัวละครที่นักอ่านทั่วโลกจดจำได้เป็นอย่างดี

 

 
Agatha Christie
 

 

   Agatha Christie จะใช้รูปแบบการเขียนคดีต่างจาก Sherlock Holmes ของ Sir Arthur Conan Doyle ที่จะสืบจากข้างในออกสู่ข้างนอก(คือคนร้ายมักจะเป็นคนภายนอก) แต่ของ Agatha Christie จะจำกัดให้คนร้ายต้องเป็นคนใน (เหมือนในโคนันไง) โดยตัวเองจะใช้การพูดคุยกับทุกคนและจับข้อพิรุธมาใช้ในการไขคดี

    เนื้อเรื่องมักจะเริ่มอย่างง่ายๆ คือตัวเอกของเรื่องไปที่ไหนก็เกิดการฆาตรกรรมได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นในเรือ เครื่องบิน รถไฟ และที่บ่อยที่สุดคือบ้านเพื่อน เหอๆ...หลังจากตัวเอกของเรื่องใช้เวลาพูดคุยทำความรู้จักกับทุกคนเสร็จก็ปาเข้าไปครึ่งเล่มแล้ว และการฆาตรกรรมก็เกิดขึ้น ฆาตรกรดูเหมือนจะเป็นมืออาชีพเสมอ ไม่ว่าจะเป็นห้องปิดตาย ยาพิษ ก็มักจะไม่ทิ้งร่องรอยไว้ให้ตำรวจในท้องที่สืบได้เสมอ จนต้องเดือดร้อนตัวเอกของเรื่องนี่แหละ จัดการสืบเองซะเลย...โดยการออกไปคุยกับทุกคนใหม่ และตัวเองของเราก็จะพบกับพิรุธต่างๆ ในตัวละครทุกตัว ที่อาจจะเป็นคนร้ายได้ทั้งนั้น แต่พอตอนจบเรื่องก็มักจะหักมุมเสมอ กลายเป็นฆ่าตัวตายมั้ง ตำรวจเป็นคนร้ายมั้ง คนเขียนเป็นคนร้ายเองก็มี...



   Witness for the Prosecution น่าจะเป็นหนังเรื่องเดียวที่สร้างจากนิยายของ Agatha Christie แล้วประสบความสำเร็จ เพราะเรื่องนี้สร้างจากเรื่องสั้น ทำให้นำมาทำเป็นหนังได้สมบูรณ์กว่าเรื่องที่ทำจากนิยายเรื่องยาว ที่ต้องตัดหลายอย่าง จนทำให้คุณภาพออกมาไม่ดีสู้นิยายไม่ได้...เรื่องนี้เป็นเรื่องของทนายคนหนึ่งที่ต้องว่าความคดีฆาตรกรรมธรรมดาคดีหนึ่ง แต่ที่ไม่ธรรมดาคือเนื้อเรื่องตอนจบที่หักมุมถึงสามรอบ จนอาจทำให้คนดูตกเก้าอี้ได้ อิๆๆ...



   เรื่องเริ่มที่ Sir Wilfrid Robarts ทนายอ้วนชื่อดังที่เพิ่งกลับจากการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เนื่องจากอายุมากและสุขภาพไม่ค่อนดีแล้ว พยาบาลประจำตัวก็แนะนำไม่ให้รับคดียากๆอีก แต่แล้วก็ได้มีเพื่อนเก่านำคดีๆหนึ่งมาขอร้องให้เขาช่วย เป็นคดีของ Leonard Vole ที่ถูกจับข้อหาฆ่า Mrs.French สาวแก่ผู้ร่ำรวย...หลังจากคุยกับ Leonard ได้ไม่นาน Sir Wilfrid ก็คิดว่าเขาเป็นคนดีจึงตัดสินใจจะช่วย แม้จะได้รับการคัดค้านจากพยาบาลก็เถอะ...

 

 

 
ต้อนรับกลับจากโรงพยาบาล...มีอ่านกลอนกันด้วย

 

 
ช่วยผมด้วย ผมถูกใส่ร้าย...
 

 

   แต่สถานการณ์ดูเหมือนจะยากขึ้นเมื่อมีการเปิดพินัยกรรมของ Mrs.French และพบว่า เธอได้ยกมรดกเป็นทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลให้กับ Leonard และพินัยกรรมนั้นก็เพิ่งถูกเปลี่ยนสัปดาห์ก่อนหน้านั้นนั่นเอง...ทำให้ Leonard ตกเป็นจำเลยหนักว่าฆ่าเพื่อหวังสมบัติของเธอด้วยหลักฐานที่มัดแน่น...
 

 

 
ไม่รอดแน่ ไอน้องเอ๋ย...


   หลังจากนั้น Sir Wilfrid ก็ได้ไปคุยกับ Christine ภรรยาชาวเยอรมันหัวรุนแรงของ Leonard ซึ่งเธอดูเป็นจะขวานผ่าซากและมั่นใจในตัวเองมาก...ถึงเธอจะบอกว่าสามีของเธอกลับมายังบ้านก่อนเวลาที่เกิดฆาตรกรรม แต่ก็ไม่สามารถไปให้การในศาลได้ เพราะภรรยาไม่สามารถให้การช่วยเหลือสามีได้...

 

 
เค้ากลับมาก่อนจริงๆนะ...

 

   เมื่อศาลเริ่มการไต่สวน Leonard ก็ถูกอัยการจอมโหดซักถามซะจนหมดหนทาง แถมพยานและหลักฐานต่างๆก็มัดแน่นอีก...ส่วน Sir Wilfrid พยายามใช้ความเก๋าจากประสบการณ์และลูกไม้ต่างๆ เพื่อคอยช่วย Leonard อยู่เป็นระยะๆ...แต่ตัวเองก็แทบเอาตัวไม่รอดเนื่องจากสุขภาพไม่ค่อยดี ต้องมากินยาอยู่กลางศาลเลย...

 

 
เปิดศาล...


 
ทำไมยามันเยอะแบบนี้ฟะ...


  และก็ได้มีการเรียก Janet แม้บ้านของ Mrs.French ขึ้นให้การ...ซึ่ง Janet นั้นก็ไม่ชอบ Leonard เพราะเดิมทีในพินัยกรรมเก่าเธอจะได้มรดกจาก Mrs.French มากกว่านี้ เธอจึงให้การว่าได้ยินเสียง Leonard ทะเลาะกับ Mrs.French ในห้องช่วงเวลาก่อนเกิดฆาตรกรรมแน่ๆ...ส่วน Sir Wilfrid นั้นรู้ว่าการฟังเสียงของ Janet ไม่ดี เลยแกล้งพูดเบาในศาลให้ Janet ฟังไม่ชัด เพื่อให้คณะลูกขุนเห็นว่า Janet นั้นมีปัญหาทางการฟัง และฟังผิดเป็นเสียงของ Leonard...

 

 
พูดดังๆสิ ยายไม่ได้ยิน...

 

  แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่ออัยการเรียกตัว Christine มาให้การ...แต่ไม่ได้ให้การให้จำเลย แต่เป็นการให้การให้ฝ่ายโจทก์ โดย Christine ได้ให้การวันนั้น Leonard ได้กลับมาบ้านพร้อมกับอาการตื่นกลัว และได้มายอมรับกับเธอว่าเขาได้ไปฆ่าคนมา และได้ให้เธอล้างคราบเลือดออกจาเสื้อของเขา...ฝ่าย Leonard  และ Sir Wilfrid ก็งงและตกใจมาก ไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนี้ ...ภายหลัง Christine ได้ให้การกับศาลว่าเธอรู้สึกผิด ทนโกหกเพื่อปกป้องฆาตรกรไม่ได้อีกต่อไป และยังบอกอีกว่าเธอไม่ได้รัก Leonard ตั้งแต่แรกแล้ว...แต่เดิมเธอมีสามีอยู่แล้วที่เยอรมัน แต่เธอแต่งงานกับ Leonard เพื่อต้องการหนีออกจากเยอรมันในช่วงหลังสงครามโลกนั้นเอง...

 

 
เขาเป็นฆาตรกรจริงๆ ค่า...

 

 
เฮ้ย ทำแบบนี้ได้ไงฟะ...
 

 

 Christine นั้นพูดอย่างเย็นชามากจนทำให้ Leonard ช็อคไปเลย ไม่คิดว่าภรรยาสุดที่รักจะมาให้การใส่ร้ายเขาแบบนี้ คณะลูกขุนก็ยังอึ้งไปด้วยเลย...

 

 
ไม่รอดแน่ งานนี้...ตายดีกว่า...
 

  สถาณการณ์ของ Leonard นั้นคับขันสุดๆ ดูเหมือนจะไม่รอดแน่ ในช่วงพักเลื่อนศาลนั่นเอง Sir Wilfrid ได้รับการติดต่อจากสาวลึกลับคนหนึ่ง...ที่อ้างว่าเป็นศัตรูเก่าของ Christine และมีจดหมายลับมาขาย ซึ่งเป็นจดหมายที่ Christine เขียนให้กับชายลึกลับคนหนึ่งที่ชื่อ Max โดยเนื้อหาในจดหมายบอกว่า เธอจะให้การเท็จว่า Leonard เป็นฆาตรกรและเธอก็จะได้หนีไปอยู่กับ Max เมื่อได้จดหมายนี้มา Sir Wilfrid ก็เห็นโอกาสชนะคดีขึ้นมาแล้ว...

 

 
เอาเงินมาก่อน แล้วเอาจดหมายไป...

 

   เมื่อเปิดศาลอีกครั้ง Sir Wilfrid ก็ได้นำจดหมายลับนี้ไปใช้เป็นหลักฐาน ทำให้ Christine ตกใจมาก กรี๊ดสลบไปเลย เมื่อความจริงถูกเปิดเผย...Sir Wilford ใช้โอกาสนี้เล่นงานเธอต่อโดยบอกว่า Christine เป็นคนโกหกจนเป็นนิสัย ที่ผ่านมาโกหกมาตลอด ทั้งโกหกว่าไม่แต่งงานทีเพื่อให้ได้แต่งงานกับ Leonard แล้วหนีมา โกหกตอนที่ตำรวจสอบปากคำในตอบแรกแล้วมากลับคำให้ร้ายสามี และโกหกเรื่องจดหมายลับ...Sir Wilford เลยบอกว่าแสดงว่าที่เธอบอกว่าเขาเป็นฆาตรกรก็ต้องเป็นเรื่องโกหกด้วย คณะลูกขุนก็คล้อยตามกันไปหมด...

 

เลวมากๆๆ...

 

   เมื่อผุ้พิพากษาอ่านคำตัดสินจากคณะลูกขุน ก็ตัดสินให้ Leonard ไม่มีความผิด...หลังจากเลิกศาล ทุกคนก็เข้าไปยินดีกับ Leonard ที่พ้นผิด แต่ Sir Wilfrid ยังรู้สึกติดใจอะไรบางอย่างอยู่ สัญชาติญาณของเขาบอกว่ามีอะไรทะแม่งๆอยู่ เขาจึงนั่งคิดอยู่คนเดียวต่อ...และ Christine ก็เดินเข้ามา และบอกว่าดีใจกับสิ่งที่"พวกเรา"ทำสำเร็จ ทำให้ช่วย Leonard ออกมาได้... Sir Wilfrid ก็งง... Christine จึงบอกความจริงว่าทุกอย่างเป็นแผนของเธอเอง เพราะหลังจากที่เธอรู้ว่าภรรยาไม่สามารถให้คำให้การซึ่งมีประโยชน์ต่อสามีในศาลได้ เธอจึงตัดสินใจวางแผนไปให้การใส่ร้ายสามีของเธอแทนในตอนแรก เพื่อหลอกให้ทุกคนคิดว่าเทอเกลียดสามีของเธอ และปลอมตัวเป็นผู้หญิงลึกลับเพื่อมาให้จดหมายลับมาลดความเชื่อถือตัวเองเอาทีหลัง ทำให้ทุกคนคิดว่าเธอโกหกมาตลอดรวมทั้งโกหกว่าสามีเธอเป็นฆาตรกรด้วย...ด้วยแผนนี้เอง แม้แต่ Sir Wilfrid ก็ยังหลงกล สามารถทำให้ Leonard พ้นผิดได้สำเร็จ...

 

 
รอดแร้วเว้ย...
 
 
 
 
ขอทาลิปก่อนนะค่ะ...
 
  
 
 
หึ หึ หึ...แผนของชั้นเทพมั้ยค่ะ...

 

   ที่ Christine ทำอย่างนี้เพราะเธอรู้แต่แรกแล้วว่า Leonard นั้นเป็นฆาตรกรแน่ๆ และเธอก็ยังไม่ไว้ใจในฝีมือของ Sir Wilfrid อีกด้วย เธอจึงต้องวางแผนนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง ที่เธอทำไมทุกอย่างก็เพราะว่าเธอรักเขา...

สรุป
- คำให้การของเธอในศาลนั้นเป็นความจริงคือ Leonard เป็นฆาตรกรจริง
- จดหมายลับเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อมาดิสเครดิตตัวเธอเอง
- Max ไม่มีตัวตนอยู่แต่แรกแล้ว
- เธอโกหกว่าเธอไม่ได้รัก Leonard เธอรักเขามากจึงวางแผนนี้ขึ้นมาช่วยเขา
- สามีเก่าของเธอมีจริงหรือไม่ ไม่อาจทราบได้
- Sir Wilfrid หลงเชื่อว่า Leonard เป็นผู้บริสุทธิ์มาตลอด



  หลังจากรู้เรื่องทุกอย่าง Sir Wilfrid ก็ทั้งเสียหน้าทั้งอาย ที่หลงกลผู้หญิงคนนี้มาตลอด ทั้งที่ตัวเองเป็นถึงทนายมือหนึ่ง ประสบการณ์สูง แต่ต้องมาเสียท่าให้กับผู้หญิงคนเดียว...และในการทำแบบนี้ เมื่อ Leonard ถูกตัดสินว่าไม่ผิดแล้ว เขาก็ไม่สามารถถูกนำมาตัดสินใหม่ได้ เพราะกฏหมายอเมริกามีเรื่องของ Double Jeopardy อยู่ คือ การปกป้องสิทธิจำเลย จำเลยไม่อาจถูกดำเนินคดีอาญาในความผิดอย่างเดียวกันเป็นครั้งที่สองได้ ทำให้ Leonard พ้นผิดและได้เงินมรดกจาก Mrs.French ไปใช้อย่างมีความสุข...



...แต่เดี๋ยวก่อน !!! จบแบบนี้มันธรรมดาไป... ยังไม่จบแค่นั้น เพราะเป็นเรื่องของ Agatha Christie ต้องมีการหักมุมอีก !!!


  หลังจากนั้น Leonard ก็ได้เข้ามาในห้อง และไปพูดจาแดกดันทำเป็นขอบคุณ Sir Wilfrid ที่ทำให้เขาพ้นผิดมาได้ ส่วน Christine ก็เข้าไปหาจะไปดีใจด้วย แต่ทันไดนั้นเองก็มีสาวสวยอีกคนโผล่ออกมา ซึ่ง Leonard บอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่เขารักและกำลังจะหนีไปด้วยกัน...Christine ได้ยินดังนั้นก็ตกใจมาก สิ่งที่เธอทำไปทั้งหมดนั้นทำไปเพื่ออะไร และผู้หญิงคนนี้เป็นใครมาจากไหน กำลังจะมาแย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเธอไป...

 

 
หมดกัน เสียท่าเรย...
 
 
 
เห้ย หล่อนเป็นใครมาจากไหนฟะ...
 
 
 
 
 ไปไกลๆเรย นังโง่...เอิ๊กๆๆๆ...
 
 
 

 แบบนี้ งงเรยชั้น...

 

  ด้วยความที่อารมณ์เข้าครอบงำ Christine จากผู้หญิงที่เด็ดเดี่ยวและมั่นคงก็บ้าไปเลย และไปหยิบมีดที่โต๊ะข้างๆ (ไม่รู้มาตั้งอยู่ได้ยังไง) มาแทง Leonard ทีเดียว ตายเลย...

 

 
 
ไม่ทันไร ตายซะแร้ว...

 


  สุดท้าย Sir Wilfrid ได้พูดว่า Christine ไม่ได้เพียงแค่สังหาร Leonard แต่เป็นการตัดสินโทษของเขาด้วย เป็นการตัดสินโทษที่ศาลไม่ได้ทำ...


  ตอนจบของเรื่อง Sir Wilfrid ก็ไม่ได้พักอยู่ดี เพราะเขาต้องมาเป็นทนายให้กับ Christine ต่ออีก...




Witness for the Prosecution เข้าชิงออสการ์ 6 สาขาแต่ก็พลาดไม่ได้รางวัลเลย


   แต่ถึงแม้จะไม่ได้ออสการ์แต่ได้ร